0 Comments

กระจกตาอักเสบ

เป็นอาการอักเสบของกระจกตาชั้นนอก เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือพยาธิ โดยมีอาการหลักคือตาแดง เจ็บตา แสบตา คันตา น้ำตาไหล มองเห็นภาพไม่ชัด และไวต่อแสง อาจรุนแรงจนสูญเสียการมองเห็นได้ ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งอันตรายที่เกิดขึ้นกับดวงตาที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ต้องใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ จะมีโอกาสที่กระจกตาอักเสบได้มากกว่าคนทั่วไป สำหรับใครที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องใส่เพราะสายตาสั้น สายตายาว แนะนำวิธีป้องกัน กระจกตาอักเสบ พร้อมวิธีการดูแลดวงตาให้สะอาด ปลอดภัย

สาเหตุของกระจกตาอักเสบ

ถึงแม้ว่าสาเหตุหลัก จะมาจากการที่ใส่คอนแทคเลนส์บ่อย ๆ แต่ก็สามารถเกิดมาจากปัจจัยอื่นได้อีก ไม่ว่าจะเป็น

  • การติดเชื้อ ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา และพยาธิ ซึ่งมักจะมาจากการที่มีน้ำสกปรกเข้าไปในดวงตา หรือการขยี้ตาในขณะที่ไม่ได้ล้างมือ
  • การบาดเจ็บจากการโดนของมีคม เช่น กิ่งไม้ เศษแก้ว กระเด็นใส่ดวงตา
  • สารเคมีบางชนิด เช่น สบู่ ยาสระผม น้ำยาทำความสะอาด เมื่อเข้าไปในดวงตาแล้ว อาจเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง และเมื่อไม่ได้ล้างให้สะอาด ก็จะทำให้ กระจกตาอักเสบได้
  • รังสีอัลตราไวโอเลต ก็มีส่วนทำให้ กระจกตาอักเสบ ได้เช่นกัน ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการจ้องแสงแดดจ้าเป็นเวลานาน
  • โรคภูมิแพ้ที่ผิวหนัง เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ
  • โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคเอดส์ โรคมะเร็ง

วิธีป้องกันกระจกตาอักเสบ

สำหรับผู้ที่ต้องใส่คอนแทคเลนส์อยู่เป็นประจำ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะกระจกตาอักเสบได้มากกว่า จะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยก่อนใส่คอนแทคเลนส์จะต้องล้างมือให้สะอาดและเช็ดมือให้แห้ง ส่วนคอนแทคเลนส์ใช้ต้องใช้น้ำยาแช่และน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์โดยเฉพาะ หากใช้น้ำเปล่าแทนจะทำให้เลนส์มีปัญหาและส่งผลต่อดวงตาได้

นอกจากนี้ ยังมีข้อควรปฏิบัติอื่น ๆ อีกในการใส่คอนแทคเลนส์ เช่น ในขณะใส่คอนแทคเลนส์ต้องหยอดตาด้วยน้ำยาหยอดตาโดยเฉพาะเพื่อทำให้ตาไม่แห้ง หากตาแห้งจนเกินไปจะทำให้เลนส์บาดตาได้ มีการเปลี่ยนคอนแทคเลนส์เป็นประจำตามอายุเลนส์ที่กำหนด และที่สำคัญ ผู้ที่กำลังมีปัญหากระจกตาอยู่ ควรหลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์ ก็มีโอกาสที่เกิดปัญหาจากกระจกตาอักเสบได้เช่นกัน จึงจะต้องมีวิธีป้องกัน ดังนี้

  1. ล้างมือบ่อย ๆ ใช้สบู่ฆ่าเชื้อโรค ล้างให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสดวงตา
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา หรือขยี้ตาโดยตรง ให้ใช้หลังมือหรือทิชชู่แทนการใช้ปลายนิ้วสัมผัสดวงตา
  3. สวมแว่นตานิรภัยขณะทำงานที่มีความเสี่ยง เช่น การใช้เครื่องมือไฟฟ้า
  4. สวมแว่นกันแดดที่มีเลนส์ป้องกันรังสี UV เมื่อต้องออกแดดจ้า
  5. สวมแว่นตาป้องกันและถุงมือขณะใช้สารเคมี
  6. ทำความสะอาดบริเวณที่อยู่อาศัย และบริเวณที่ใช้ทำงานเป็นประจำ
  7. ควรตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี

หากพบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นกระจกตาอักเสบหรือผู้ที่รู้สึกตาอักเสบอยู่บ่อยครั้ง ควรเข้าพบจักษุแพทย์ เพื่อทำการวินิจฉัยอาการอย่างละเอียด และหากพบว่ามีภาวะปัญหากระจกตาจริง จะได้ทำการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

Related Posts

หุ่นยนต์กายภาพบําบัด

หุ่นยนต์กายภาพบำบัด นวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อการฟื้นฟู

การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายหลังจากการบาดเจ็บ อาการป่วย หรือการผ่าตัด นับเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน และผู้ป่วยบางคนอาจต้องได้รับการทำบำบัดทางกายภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อปรับปรุงการเคลื่อนไหวและฟื้นฟู ที่ถึงแม้จะมีผู้เชี่ยวชาญดูแลก็ยังเป็นเรื่องยากลำบากอยู่ดี แต่ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีหุ่นยนต์กายภาพบำบัดได้ช่วยให้การฟื้นฟูผู้ป่วยทำได้มีประสิทธิภาพและสะดวกขึ้นมาก หุ่นยนต์กายภาพบำบัดคืออะไร ? หุ่นยนต์กายภาพบำบัด…

ทํา กิ๊ ฟ กับ หลอด แก้ว ต่าง กัน ยัง ไง

โครงสร้างและหลักการทำงานของกิ๊ฟและหลอดแก้ว: ความแตกต่างและความสำคัญ

การมีบุตรยากเป็นปัญหาที่หลายครอบครัวต้องเผชิญในปัจจุบัน แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ทำให้มีวิธีการรักษาหลากหลายสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมคือการทำกิ๊ฟและหลอดแก้ว ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองวิธีนี้ต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายโครงสร้างและหลักการทำงานของการทํา กิ๊ ฟ กับ หลอด…